ถนอม กิตติขจร
อดีตนายกรัฐมนตรีไทย จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
จอมพล ถนอม กิตติขจร ป.จ. ส.ร. ม.ป.ช. ม.ว.ม. อ.ป.ร. ๓ ภ.ป.ร. ๑ (11 สิงหาคม พ.ศ. 2454 – 16 มิถุนายน พ.ศ. 2547) เป็นทหารบกชาวไทย ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีไทยคนที่ 10 ตั้งแต่มกราคมถึงตุลาคม พ.ศ. 2501 และ พ.ศ. 2506 ถึง พ.ศ. 2516 ซึ่งในระหว่างนั้นเขาได้ก่อรัฐประหารตนเองใน พ.ศ. 2514 จนกระทั่งเกิดการประท้วงในที่สาธารณะซึ่งนำไปสู่ความรุนแรงทำให้เขาต้องลาออกจากตำแหน่งและลี้ภัยออกนอกประเทศ พร้อมกับจอมพล ประภาส จารุเสถียร และพันเอก ณรงค์ กิตติขจร บุตรชาย ภายหลังเหตุการณ์นี้ จอมพล ถนอม ได้เดินทางกลับประเทศ แล้วบวชเป็นพระภิกษุ เป็นชนวนไปสู่การขับไล่ของนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และเหตุการณ์ 6 ตุลา พ.ศ. 2519 ซึ่งมีผู้บาดเจ็บ เสียชีวิต และสูญหายจำนวนมาก[1]
บทความนี้ยังต้องการเพิ่มแหล่งอ้างอิงเพื่อพิสูจน์ความถูกต้อง |
ถนอม กิตติขจร | |
---|---|
![]() ถนอมใน พ.ศ. 2511 | |
นายกรัฐมนตรีไทย คนที่ 10 | |
ดำรงตำแหน่ง 9 ธันวาคม พ.ศ. 2506 – 14 ตุลาคม พ.ศ. 2516 (9 ปี 10 เดือน 5 วัน) | |
กษัตริย์ | พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร |
รอง | ประภาส จารุเสถียร พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์ พจน์ สารสิน |
ก่อนหน้า | สฤษดิ์ ธนะรัชต์ |
ถัดไป | สัญญา ธรรมศักดิ์ |
ดำรงตำแหน่ง 1 มกราคม – 20 ตุลาคม พ.ศ. 2501 (9 เดือน 19 วัน) | |
กษัตริย์ | พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร |
รอง | ประภาส จารุเสถียร พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์ สุกิจ นิมมานเหมินทร์ |
ก่อนหน้า | พจน์ สารสิน |
ถัดไป | สฤษดิ์ ธนะรัชต์ |
รองนายกรัฐมนตรี | |
ดำรงตำแหน่ง 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2502 – 8 ธันวาคม พ.ศ. 2506 (4 ปี 9 เดือน 29 วัน) ดำรงตำแหน่งร่วมกับ พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์ | |
นายกรัฐมนตรี | สฤษดิ์ ธนะรัชต์ |
ก่อนหน้า | สุกิจ นิมมานเหมินทร์ |
ถัดไป | ประภาส จารุเสถียร |
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม | |
ดำรงตำแหน่ง 23 กันยายน พ.ศ. 2500 – 14 ตุลาคม พ.ศ. 2516 (16 ปี 21 วัน) | |
นายกรัฐมนตรี | พจน์ สารสิน สฤษดิ์ ธนะรัชต์ ตนเอง |
ก่อนหน้า | แปลก พิบูลสงคราม |
ถัดไป | ทวี จุลละทรัพย์ |
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ | |
ดำรงตำแหน่ง 19 ธันวาคม พ.ศ. 2515 – 14 ตุลาคม พ.ศ. 2516 (9 เดือน 25 วัน) | |
นายกรัฐมนตรี | ตนเอง |
ก่อนหน้า | จรูญพันธ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา |
ถัดไป | จรูญพันธ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา |
ผู้บัญชาการทหารสูงสุด | |
ดำรงตำแหน่ง 11 ธันวาคม พ.ศ. 2506 – 30 กันยายน พ.ศ. 2516 (9 ปี 9 เดือน 19 วัน) | |
ก่อนหน้า | จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ |
ถัดไป | พลอากาศเอก ทวี จุลละทรัพย์ |
ผู้บัญชาการทหารบก | |
ดำรงตำแหน่ง 11 ธันวาคม พ.ศ. 2506 – 1 ตุลาคม พ.ศ. 2507 (9 เดือน 20 วัน) | |
ก่อนหน้า | จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ |
ถัดไป | จอมพล ประภาส จารุเสถียร |
นายกสภามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ | |
ดำรงตำแหน่ง 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2507 – 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2515 (7 ปี 11 เดือน 30 วัน) | |
ก่อนหน้า | ก่อตั้งมหาวิทยาลัย |
ถัดไป | สุกิจ นิมมานเหมินท์ |
ข้อมูลส่วนบุคคล | |
เกิด | ถนอม 11 สิงหาคม พ.ศ. 2454 เมืองตาก ประเทศสยาม |
เสียชีวิต | 16 มิถุนายน พ.ศ. 2547 (92 ปี) กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย |
พรรคการเมือง | ชาติสังคม (2500) สหประชาไทย (2511) |
คู่สมรส | จงกล ถนัดรบ (สมรส 2473) |
บุตร |
|
บุพการี |
|
ญาติ | สง่า กิตติขจร (น้องชาย) |
ลายมือชื่อ | ![]() |
ยศที่ได้รับการแต่งตั้ง | |
รับใช้ | ไทย |
สังกัด | กองทัพบกไทย |
ประจำการ | พ.ศ. 2472–2516 |
ยศ | จอมพล จอมพลเรือ จอมพลอากาศ |
บังคับบัญชา | ผู้บัญชาการทหารสูงสุด |
ผ่านศึก | |
จอมพลถนอมดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีถึง 4 สมัย เป็นระยะเวลาถึง 10 ปี 6 เดือนเศษ ได้ชื่อว่าเป็น "จอมพลคนสุดท้าย"[2] ที่เคยดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในประวัติศาสตร์ไทย ภายหลังเสียชีวิตด้วยโรคเส้นเลือดในสมองแตกเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2547 รวมอายุได้ 92 ปี 309 วัน มีพิธีพระราชทานเพลิงศพเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2550 ณ เมรุหลวงหน้าพลับพลาอิศริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาสราชวรวิหาร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร
ประวัติ
จอมพล ถนอม กิตติขจร เกิดเมื่อ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2454 ณ บ้านหนองหลวง อำเภอเมืองตาก จังหวัดตาก เป็นบุตรของขุนโสภิตบรรณลักษณ์ (อำพัน กิตติขจร) กับนางลิ้นจี่ โสภิตบรรณลักษณ์ มีพี่น้องร่วมบิดามารดา 8 คน ได้แก่
- นางรำพึง พันธุมเสน (ถึงแก่กรรม)
- เด็กหญิง ลำพูน กิตติขจร (ถึงแก่กรรม)
- จอมพล ถนอม กิตติขจร (ถึงแก่กรรม)
- นางสุรภี ชูพินิจ (ถึงแก่กรรม)
- นายสนิท กิตติขจร (ถึงแก่กรรม)
- นางสายสนม กิตติขจร อดีตนายกสมาคมเภสัชและอายุรเวชโบราณแห่งประเทศไทย (ถึงแก่กรรม)
- พลตำรวจตรี สง่า กิตติขจร อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ (ถึงแก่อนิจกรรม)
- นางปราณีต สุคันธวณิช อดีตนายกสมาคมส่งเสริมการศึกษาในถิ่นกันดาร ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (ถึงแก่กรรม)
จอมพล ถนอม กิตติขจร มีแซ่ในภาษาจีนว่า ฝู (จีน: 符; พินอิน: fú) เริ่มการศึกษาชั้นต้นที่โรงเรียนประชาบาลวัดโคกพลู จังหวัดตาก หลังจากนั้นได้เข้าศึกษาต่อที่โรงเรียนนายร้อยทหารบก และในระหว่างรับราชการทหารได้ศึกษาต่อที่ โรงเรียนแผนที่ทหาร กองทัพบก, โรงเรียนทหารราบ กองทัพบก และวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (รุ่นที่ 1) ตามลำดับ
จอมพล ถนอม ได้รับปริญญาวิศวกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเมื่อ พ.ศ. 2504[3] จอมพล ถนอม ดำรงตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ระหว่าง วันที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2503[4] - 18 ธันวาคม พ.ศ. 2506[5]
ครอบครัว
สรุป
มุมมอง
จอมพล ถนอม กิตติขจร สมรสกับท่านผู้หญิงจงกล กิตติขจร (สกุลเดิม ถนัดรบ) บุตรีของ พันตรี หลวง จบกระบวนยุทธ์ (แช่ม ถนัดรบ) และคุณหญิงเครือวัลย์ จบกระบวนยุทธ์ ท่านผู้หญิงจงกลเป็นอดีตประธานกรรมการมูลนิธิราชประชาสมาสัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และอดีตประธานกรรมการมูลนิธิสงเคราะห์ครอบครัวทหารผ่านศึก ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทรา บรมราชชนนี ทั้งสองคนมีบุตรธิดาทั้งสิ้น 6 คน ได้แก่
- นางนงนาถ เพ็ญชาติ (พ.ศ. 2474 – ปัจจุบัน) สมรสกับ นายชำนาญ เพ็ญชาติ มีบุตรธิดา 3 คนหนึ่งในนั้นคือ เศรณี เพ็ญชาติ บิดาของปวริศา เพ็ญชาติ
- พ.อ. ณรงค์ กิตติขจร (พ.ศ. 2476 – พ.ศ. 2567) สมรสกับ นางสุภาพร (จารุเสถียร) กิตติขจร บุตรสาวของจอมพลประภาส จารุเสถียร มีบุตรธิดา 4 คน
- คุณหญิงนงนุช จิรพงศ์ (พ.ศ. 2480 – ปัจจุบัน) สมรสกับ พลเอก เอื้อม จิรพงศ์ มีบุตรธิดา 4 คน
- พลอากาศเอก ยุทธพงศ์ กิตติขจร (พ.ศ. 2482 – ปัจจุบัน) อดีตประธานคณะที่ปรึกษากองทัพอากาศ สมรสกับ นางทิพยา (ภมรมนตรี) กิตติขจร มีบุตรธิดา 3 คน
- คุณหญิงทรงสุดา ยอดมณี (พ.ศ. 2486 – ปัจจุบัน) สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ พ.ศ. 2557 สมรสกับ ร้อยโท สุวิทย์ ยอดมณี อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา มีบุตร 3 คน นายสุวงศ์ ยอดมณี ผู้อำนวยการสำนักกฎหมาย[6] สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย ร้อยตรี จักรา ยอดมณี รองอธิบดีกรมการค้าภายใน
- คุณหญิงทรงสมร คชเสนี (พ.ศ. 2489 – ปัจจุบัน) สมรสกับ พลเรือเอก สุภา คชเสนี อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด มีบุตรธิดา 5 คน
นอกจากนี้ยังรับหลานอีก 2 คน ซึ่งเป็นบุตรของน้องสาวของท่านผู้หญิงจงกลมาเลี้ยงดู ได้แก่
- พลตำรวจตรี นเรศ คุณวัฒน์ สมรสกับ นางอรสา (วิจิตรานุช) คุณวัฒน์ มีบุตร 2 คน
- นางสาวนรา คุณวัฒน์
การรับราชการ
สรุป
มุมมอง
ถนอมรับราชการครั้งแรกในตำแหน่งผู้บังคับหมวด ในกรมทหารราบที่ 8 กองพันทหารราบที่ 1 (ร.8 พัน.1) จังหวัดเชียงใหม่ ต่อมาได้ร่วมก่อรัฐประหารซึ่งผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญ โดยไม่ถูกลงโทษแต่อย่างใด
เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2490 ในขณะที่มียศเป็น "พันโท" และดำรงตำแหน่งผู้บังคับการกรมทหารบกที่ 11 ต่อมาได้เป็น รองผู้บัญชาการกองพลที่ 1 ผู้บัญชาการกองพลที่ 1 (พล.ร.1) รองแม่ทัพภาคที่ 1 แม่ทัพภาคที่ 1 (ทภ.1) ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก รองผู้บัญชาการทหารบก และเป็นรองผู้บัญชาการทหารสูงสุด มาโดยลำดับจนกระทั่งวันที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2506 พลเอก ถนอม ได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ผู้บัญชาการทหารบก และผู้บัญชาการทหารสูงสุด[7] สืบต่อจาก จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ ที่เสียชีวิต
ต่อมาในวันที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2507 พลเอก ถนอม ได้รับพระราชทานยศ จอมพล จอมพลเรือ และจอมพลอากาศ [8]
และในวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2507 จอมพล ถนอม ได้สละตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบกให้แก่พลเอก ประภาส จารุเสถียร รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด และรักษาราชการรองผู้บัญชาการทหารบก โดยเหลือตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุดเพียงตำแหน่งเดียว[9]
จอมพล ถนอม กิตติขจร ได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมในรัฐบาลของจอมพล แปลก พิบูลสงคราม และเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมในรัฐบาลของพจน์ สารสิน สภาผู้แทนราษฎรได้มีมติให้จอมพล ถนอมดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 10 เมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2501 แต่หลังบริหารประเทศแค่ 9 เดือนเศษ เขาก็ลาออกจากตำแหน่ง เพื่อเปิดทางให้จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี แต่เมื่อจอมพล สฤษดิ์เสียชีวิต จอมพล ถนอมได้รับการแต่งตั้งให้เป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้งหนึ่ง ในช่วงระยะเวลาที่ถนอมเป็นนายกรัฐมนตรี มีการสร้างทางหลวงสายต่าง ๆ ทั่วประเทศหลายสาย โดยได้รับทุนสนับสนุนส่วนหนึ่งจากสหรัฐในช่วงสงครามเย็นเพื่อต่อต้านคอมมิวนิสต์ และสร้างเขื่อน เช่น เขื่อนสิริกิติ์และเขื่อนอุบลรัตน์
ในปี พ.ศ. 2508 ได้ส่งทหารไปร่วมรบในสงครามเวียดนามด้วยในฐานะพันธมิตรของสหรัฐหรือฝ่ายโลกเสรีประชาธิปไตย โดยหลัก ๆ มี สหรัฐ, เกาหลีใต้, ไทย, ออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์ และฟิลิปปินส์ เพื่อไปสนับสนุนเวียดนามใต้ให้เป็นประชาธิปไตย และเป็นการต่อต้านคอมมิวนิสต์

เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2542 ในสมัยรัฐบาลชวน หลีกภัย จอมพล ถนอม ได้รับการแต่งตั้งเป็นนายทหารพิเศษประจำกรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์ (ร.31 รอ.) สร้างความไม่พอใจและกระแสต่อต้านในสังคมระยะหนึ่ง ถึงกับมีการอภิปรายในสภาและกังวลกันว่าอาจเป็นชนวนเหตุให้เกิดเหตุร้ายซ้ำอีก[10] ต่อมาเมื่อวันที่ 24 มีนาคม จอมพลถนอมจึงลาออกจากตำแหน่งดังกล่าว[11]
บทบาททางการเมือง
สรุป
มุมมอง
หลังจากมีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ในปี พ.ศ. 2511 มีการเลือกตั้งทั่วไปและมีรัฐสภา ในปี พ.ศ. 2514 ถนอม กิตติขจรได้ทำรัฐประหารรัฐบาลของตนเอง และได้จัดตั้งสภาบริหารคณะปฏิวัติขึ้น ทั้งหมดนี้เพื่อตอบสนองผลประโยชน์และความทะเยอทะยานของตนเอง จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง หนึ่งในผู้ที่ยืนหยัดวิจารณ์อย่างไม่เกรงกลัวอำนาจเถื่อน ได้แก่ ป๋วย อึ๊งภากรณ์ ที่เขียนจดหมายในนามนายเข้ม เย็นยิ่ง ถึง ผู้ใหญ่ ทำนุ เกียรติก้อง (หมายถึงจอมพล ถนอม นั่นเอง)
จนกระทั่งมีการประกาศใช้ธรรมนูญการปกครองแห่งราชอาณาจักรไทย เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2515 และสภานิติบัญญัติแห่งชาติตามธรรรมนูญการปกครองดังกล่าวได้มีมติให้จอมพล ถนอม กิตติขจร เข้าดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อไป ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมายต่อความทะเยอทะยานที่ปราศจากความชอบธรรมในหลักการประชาธิปไตย
จอมพล ถนอม พ้นตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เมื่อเกิดเหตุการณ์ 14 ตุลา 2516 รัฐบาลได้ใช้อาวุธสงครามเข้าปราบปรามนักศึกษาประชาชนที่ชุมนุมเรียกร้องรัฐธรรมนูญ จนทำให้มีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก จากเหตุการณ์นี้ทำให้พลังทางการเมืองหลายฝ่ายกดดันให้จอมพล ถนอมลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี รวมระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีโดยการยึดอำนาจและรัฐประหารทั้งสิ้น 10 ปี 6 เดือนเศษ หลังจากนั้น ได้มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สินของจอมพล ถนอม จนนำไปสู่การยึดทรัพย์สินที่ได้มาโดยไม่สุจริตต้องเป็นจำนวนมาก
จอมพล ถนอม กิตติขจร เคยดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีถึง 4 สมัย (รวมในสมัยเป็นหัวหน้าคณะปฏิวัติตัวเองด้วยเป็นสมัยที่ 3) สมัยแรกเป็นนายกรัฐมนตรีในระยะเวลาสั้น ๆ หลังการรัฐประหารของจอมพล สฤษดิ์ ใน พ.ศ. 2501 สมัยที่ 2 - 4 หลังจากจอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ ถึงแก่อสัญกรรม ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของจอมพล ถนอม จึงถูกมองว่าเป็นสัญลักษณ์ของเผด็จการทหาร

บทบาทหลังออกนอกประเทศ
ในเดือนกันยายน พ.ศ. 2519 จอมพล ถนอม เดินทางกลับประเทศในฐานะสามเณร เนื่องจากสมัคร สุนทรเวชแจ้งว่าราชสำนักอนุญาต[12]: 234 และได้บวชเป็นพระภิกษุที่วัดบวรนิเวศวิหารโดยสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร เจ้าอาวาสวัดซึ่งเป็นพระพี่เลี้ยงของพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เป็นผู้อุปสมบทให้: 248 พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงเสด็จฯ เยี่ยมพระถนอมที่วัดด้วย[13]: 151
ยศทหาร
เครื่องราชอิสริยาภรณ์
สรุป
มุมมอง
จอมพล ถนอม กิตติขจร ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ของประเทศไทยและเครื่องราชอิสริยาภรณ์ของต่างประเทศต่าง ๆ ดังนี้
เครื่องราชอิสริยาภรณ์ไทย
- พ.ศ. 2504 –
เครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ชั้นที่ 1 ปฐมจุลจอมเกล้า (ป.จ.) (ฝ่ายหน้า)[25]
- พ.ศ. 2508 –
เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีศักดิ์รามาธิบดี ชั้นที่ 1 เสนางคะบดี (ส.ร.)[26]
- พ.ศ. 2499 –
เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือก ชั้นสูงสุด มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก (ม.ป.ช.)[27]
- พ.ศ. 2498 –
เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ชั้นสูงสุด มหาวชิรมงกุฎ (ม.ว.ม.)[28]
- พ.ศ. 2531 –
เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นสิริยิ่งรามกีรติ ลูกเสือสดุดีชั้นพิเศษ[29]
- พ.ศ. 2515 –
เหรียญกล้าหาญ (ร.ก.) (ประดับช่อชัยพฤกษ์)[30]
- พ.ศ. 2505 –
เหรียญชัยสมรภูมิ สงครามมหาเอเชียบูรพา (ช.ส.)[31]
- พ.ศ. 2498 –
เหรียญชัยสมรภูมิ การร่วมรบกับสหประชาชาติ ณ ประเทศเกาหลี (ช.ส.) (ประดับเปลวระเบิด)[32]
- พ.ศ. 2515 –
เหรียญชัยสมรภูมิ การรบ ณ สาธารณรัฐเวียดนาม (ช.ส.) (ประดับเปลวระเบิด)[33]
- พ.ศ. 2512 –
เหรียญพิทักษ์เสรีชน ชั้นที่ 1 (ส.ช.)[34]
- พ.ศ. 2477 –
เหรียญพิทักษ์รัฐธรรมนูญ (พ.ร.ธ.)[35]
- พ.ศ. 2486 –
เหรียญช่วยราชการเขตภายใน การรบสงครามมหาเอเชียบูรพา (ช.ร.)[36]
- พ.ศ. 2505 –
เหรียญราชการชายแดน (ช.ด.)[37]
- พ.ศ. 2487 –
เหรียญจักรมาลา (ร.จ.ม.)[38]
- พ.ศ. 2493 –
เหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ 8 ชั้นที่ 3 (อ.ป.ร.3)[39]
- พ.ศ. 2507 –
เหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ 9 ชั้นที่ 1 (ภ.ป.ร.1)[40]
- พ.ศ. 2468 –
เหรียญบรมราชาภิเษก รัชกาลที่ 7 (ร.ร.ศ.7)
- พ.ศ. 2493 –
เหรียญพระราชพิธีบรมราชาภิเษก รัชกาลที่ 9 (ร.ร.ศ.9)
- พ.ศ. 2475 –
เหรียญเฉลิมพระนคร 150 ปี (ร.ฉ.พ.)
- พ.ศ. 2500 –
เหรียญงานฉลอง 25 พุทธศตวรรษ
- พ.ศ. 2504 –
เหรียญกาชาดสมนาคุณ ชั้นที่ 1 (เหรียญทอง)
เหรียญสหประชาชาติ
สหประชาชาติ :
- พ.ศ. 2497 –
เหรียญสหประชาชาติเกาหลี[41]
- พ.ศ. 2497 –
ต่างประเทศ
ไต้หวัน :
- พ.ศ. 2512 –
เครื่องอิสริยาภรณ์หม้อน้ำศักดิ์สิทธิ์ ชั้นพิเศษ
- พ.ศ. 2505 –
เครื่องอิสริยาภรณ์เมฆและธวัช ชั้นพิเศษ
- พ.ศ. ไม่ปรากฏ –
เครื่องอิสริยาภรณ์เมฆมงคล ชั้นที่ 1
- พ.ศ. 2506 –
เครื่องอิสริยาภรณ์ดาราอันสุกสกาว ชั้นที่ 1 (ชั้นสายสะพายชั้นพิเศษ)[42]
- พ.ศ. 2501 –
เครื่องอิสริยาภรณ์ยุนฮุย ชั้นพิเศษ[43]
- พ.ศ. 2512 –
เดนมาร์ก :
- พ.ศ. 2501 –
เครื่องราชอิสริยาภรณ์แดนเนอโบร ชั้นที่ 1 ประถมาภรณ์[44]
- พ.ศ. 2501 –
โปรตุเกส :
- พ.ศ. 2503 –
เครื่องเสนาอิสริยาภรณ์แห่งพระคริสต์ ชั้นที่ 1 ประถมาภรณ์[45]
- พ.ศ. 2503 –
เยอรมนี :
- พ.ศ. 2503 –
เครื่องอิสริยาภรณ์คุณธรรมแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ชั้นที่ 1 ประถมาภรณ์[46]
- พ.ศ. 2503 –
สเปน :
ลักเซมเบิร์ก :
- พ.ศ. 2504 –
เครื่องราชอิสริยาภรณ์มงกุฎโอ๊ก ชั้นที่ 1 มหากางเขน[47]
- พ.ศ. 2504 –
สวีเดน :
- พ.ศ. 2504 –
เครื่องราชอิสริยาภรณ์ดาบ ชั้นที่ 1 กางเขน[47]
- พ.ศ. 2504 –
นครรัฐวาติกัน:
- พ.ศ. 2504 –
เครื่องอิสริยาภรณ์นักบุญเกรกอรีมหาราช ชั้นที่ 1
- พ.ศ. 2504 –
เครื่องอิสริยาภรณ์เซนต์ซิลเวสเตอร์ ชั้นที่ 1 (ฝ่ายทหาร)[48]
- พ.ศ. 2504 –
อิตาลี :
- พ.ศ. 2504 –
เครื่องอิสริยาภรณ์กิตติคุณแห่งสาธารณรัฐอิตาลี ชั้นที่ 1 ประถมาภรณ์[48]
- พ.ศ. 2504 –
เนเธอร์แลนด์ :
- พ.ศ. 2504 –
เครื่องราชอิสริยาภรณ์ออเรนจ์-นัสเซา ชั้นที่ 1 อัศวินมหากางเขน (ฝ่ายทหาร)[48]
- พ.ศ. 2504 –
เบลเยียม :
- พ.ศ. 2504 –
เครื่องราชอิสริยาภรณ์เลออปอล ชั้นที่ 1 ประถมาภรณ์[47]
- พ.ศ. 2504 –
อินโดนีเซีย :
- พ.ศ. 2504 –
เครื่องอิสริยาภรณ์ดารามหาปุตรา ชั้นที่ 2 บินตัง มหาปุตรา อธิประธานา[49]
- พ.ศ. 2504 –
อาร์เจนตินา :
- พ.ศ. 2504 –
เครื่องอิสริยาภรณ์นายพลซาน มาร์ติน ผู้ปลดปล่อย ชั้นที่ 1 ประถมาภรณ์[50]
- พ.ศ. 2504 –
มาเลเซีย :
- พ.ศ. 2505 –
เครื่องราชอิสริยาภรณ์ปังกวนเนการา ชั้นที่ 1[51]
- พ.ศ. 2505 –
เกาหลีใต้ :
- พ.ศ. 2510 –
เครื่องอิสริยาภรณ์กิตติคุณสำหรับการสร้างชาติ ชั้นที่ 1[52]
- พ.ศ. 2505 –
เครื่องอิสริยาภรณ์กิตติคุณฝ่ายทหาร ชั้นที่ 1
- พ.ศ. 2510 –
เครื่องอิสริยาภรณ์กิตติคุณด้านการบริการ ชั้นที่ 1[52]
- พ.ศ. 2510 –
ญี่ปุ่น :
- พ.ศ. 2506 –
เครื่องราชอิสริยาภรณ์อาทิตย์อุทัย ชั้นที่ 1[53]
- พ.ศ. 2506 –
กรีซ :
- พ.ศ. 2506 –
เครื่องราชอิสริยาภรณ์จอร์จที่ 1 ชั้นที่ 1[54]
- พ.ศ. 2506 –
เวียดนามใต้ :
- พ.ศ. 2510 –
เครื่องอิสริยาภรณ์แห่งชาติเวียดนาม ชั้นสูงสุด
- พ.ศ. 2507 –
เครื่องอิสริยาภรณ์คิม คานห์ ชั้นที่ 1[55]
- พ.ศ. 2510 –
นอร์เวย์ :
- พ.ศ. 2508 –
เครื่องราชอิสริยาภรณ์นักบุญโอลาฟ ชั้นที่ 1[52]
- พ.ศ. 2508 –
ออสเตรีย :
- พ.ศ. 2508 –
เครื่องอิสริยาภรณ์กิตติคุณแห่งสาธารณรัฐออสเตรีย ชั้นที่ 1 (ทอง)[52]
- พ.ศ. 2508 –
ลาว :
- พ.ศ. 2509 –
เครื่องราชอิสริยาภรณ์ล้านช้างร่มขาว ชั้นที่ 1 ประถมาภรณ์
- พ.ศ. 2509 –
ฟิลิปปินส์ :
- พ.ศ. 2509 –
ลีเจียนออฟออเนอร์ ชั้นปุนองโกมันดัน
- พ.ศ. 2509 –
อิหร่าน :
เอธิโอเปีย :
สหรัฐ :
- พ.ศ. 2512 –
ลีเจียนออฟเมอริต ชั้นหัวหน้าผู้บัญชาการ[56]
- พ.ศ. 2512 –
บริเตนใหญ่:
- พ.ศ. 2515 –
เครื่องราชอิสริยาภรณ์นักบุญไมเคิลและจอร์จ ชั้นประถมาภรณ์ (ฝ่ายหน้า)
- พ.ศ. 2515 –
ประเทศตูนิเซีย :
ลำดับสาแหรก
ลำดับสาแหรกของถนอม กิตติขจร | ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
|
อ้างอิง
แหล่งข้อมูลอื่น
Wikiwand - on
Seamless Wikipedia browsing. On steroids.